เหตุผลที่ Youtube เป็นช่องทางการตลาดออนไลน์ที่ทำเงินได้

ช่องทาง Youtube ถือเป็นช่องทางโซเชียลที่สามารถเข้าถึงได้ทุกช่วงวัย ทุกเพศ ทุกประเทศ ทุกเวลา ถือเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลที่สามารถเข้าไปดูคอนเทนต์วิดีโอได้หลากหลาย ไม่ว่าคุณจะสนใจเรื่องไหนก็สามารถค้นหาได้ที่ Youtube เลย ซึ่งใน Youtube เองก็มีเหล่า Youtuber ที่คอยทำคอนเทนต์วิดีโออยู่เป็นประจำ ซึ่งก็เกิดคำถามว่าการทำคอนเทนต์ใน Youtube ตอนนี้ช้าไปไหม ยังเป็นช่องทางทำเงินได้อยู่หรือไม่ วันนี้เราเตรียมคำตอบมาให้คุณแล้ว 

5 เหตุผลที่ทำให้ช่องทาง Youtube เป็นช่องทางทำเงิน

1. ช่วงโควิดที่ผ่านมา Youtube เป็นช่องทางที่คนใช้เวลาเพิ่มขึ้น 

มีผลข้อมูลตัวเลขจากผู้ใช้งานทาง Youtube ออกมาว่า ตั้งแต่ช่วงโควิดที่ผ่านมา จนถึงช่วงล็อกดาวน์ และช่วงที่สถานการณ์เริ่มกลับมาปกติ มีจำนวนการใช้เวลา Youtube เพิ่มขึ้นจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด รวมถึงเหล่า GenZ ที่กำลังกลายเป็นกำลังหลักในการจับจ่ายในอนาคตอันใกล้ ก็ใช้เวลาอยู่กับ Youtube โดยอ้างอิงจากสถิติ Google ที่ว่า 87% ของคนไทย มองว่า Youtube มีคอนเทนต์ที่หาดูที่อื่นไม่ได้นั่นเอง 

2. เหล่า Youtuber ได้รับความสนใจและได้รับการไว้วางใจมากขึ้น 

เดี๋ยวนี้เราทักจะเห็นเหล่า Youtuber เหล่าอินฟลูเอนเซอร์ หลายคนหันมาทำคอนเทนต์วิดีโอและอัปลงในช่องทาง Youtube มากยิ่งขึ้น เนื่องจากเป็นช่องทางที่เราสามารถทำวิดีโอ พูดคุยกับทางผู้ชมได้ โดยมีรายงานว่า การรีวิวจาก Youtube มีผลทำให้คนเลือกตัดสินใจซื้อสินค้ามากขึ้น ซึ่งอ้างอิงจากสถิติของ Google ที่บอกว่า 91% ของคนไทยมองว่าครีเอเตอร์บน Youtube มีความน่าเชื่อถือมากกว่า

3. Youtube ได้มีการจับมือกับ Shopify

ในช่วงนี้ช่องทาง e-Commerce ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะเป็นช่องทางที่เราสามารถเลือกซื้อสินค้า และจ่ายเงินบนช่องทางนี้ได้ทันที และรอรับสินค้าที่บ้านเลยได้ ซึ่งทาง Youtube เอง ได้มีการจับมือ Shopify ซึ่งเป็นผู้ให้บริการด้านการสร้างเว็บ e-commerce ซึ่งจะช่วยให้เกิดการซื้อขายบน Youtube เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการซื้อขายสินค้าออนไลน์ยิ่งขึ้น 

4. ลูกเล่นของ Youtube มีหลากหลายรูปแบบ 

ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบ Organic คือการลงคลิปแบบไม่ได้ยิงโฆษณา หรือแบบ Ads โดยมีรูปแบบของโฆษณาให้เลือกตามความเหมาะสมถึง 8 แบบ และยังแสดงบนพื้นที่ที่แตกต่างออกไป ขึ้นอยู่กับความต้องการของ User โดยมีรูปแบบดังนี้ 

  • Display ads
  • Overlay in-video ads
  • TrueView in-streams ads
  • TrueView in-display ads
  • TrueView in-search ads 
  • Non-Skippable in-stream ads
  • Bumper ads
  • Mastheads

5. Youtube ในประเทศไทย สามารถช่วยเพิ่มยอดขายทางออฟไลน์

อย่างที่เรากล่าวไปตอนต้น ว่า Youtuber และอินฟลูเอนเซอร์ที่ทำคอนเทนต์ใน Youtube มีความน่าเชื่อถือ สามารถชักจูงให้คนสนใจสินค้าและเข้าไปซื้อสินค้า ซึ่งทาง Youtube ประเทศไทยก็ออกมาแจ้งว่า 90% ของแคมเปญใน Youtube สามารถเพิ่มยอดขายในช่องทางออฟไลน์ได้ รวมถึงสามารถวัดประสิทธิภาพของแคมเปญด้วยเครื่องมือที่แม่นยำและเชื่อถือได้ รวมถึงมีใช้ YouTube Returns on Investment (ROI) Framework อีกด้วย

Related Post

Online Marketing

ขั้นตอนการทำการตลาดออนไลน์ขั้นตอนการทำการตลาดออนไลน์

ในปัจจุบันโซเชียลเน็ตเวิร์กได้เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างมากกับชีวิตเรา หลายอย่างเรามักจะเรียนร่านโซเชียลกันมากขึ้น วิถีชีวิตของผู้คนก็มักจะเปลี่ยนแปลงไป อย่างเช่นการซื้อของที่ไม่จำเป็นต้องไปที่ห้างเท่านั้น เพราะคุณสามารถหาซื้อได้ง่ายๆ ที่ช่องทางออนไลน์ หลายคนที่ทำธุรกิจออนไลน์ก้มักจะประสบความสำเร็จ นั่นเป็นเพราะเขาทำการตลาดออนไลน์ได้ดี ที่นอกจากจะขายได้ที่ช่องทางออนไลน์แล้วยังสามารถต่อยอดไปทำเป็นหน้าร้านได้อีกด้วย วันนี้จะชวนทุกคนมาดูขึ้นตอนการทำการตลาดออนไลน์ ช่วยให้เราขายได้คล่องขึ้น 1. Market Research สิ่งแรกที่จะต้องรู้สำหรับการทำการตลาดออนไลน์เลยก็คือการทำความเข้าใจตลาด เข้าใจลูกค้า ข้าใจคู่แข่ง เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการทำการตลาด เราต้องมองหา Winning Zone หรือจุดที่เราจะชนะ จุดที่เราต่างจากคู่แข่งและเป็นจุดที่ลูกค้าต้องการนั่นเอง  2. ทำความเข้าใจลูกค้าให้ลึกขึ้น เริ่มต้นจากการแบ่งกลุ่มเป้าหมาย อาจแบ่งจากช่วงอายุ, โลเคชั่น, ไลฟ์สไตล์ และโอกาสในการซื้อ

Digital Advertising

Digital Advertising คืออะไร และเหมาะกับการตลาดประเภทไหนDigital Advertising คืออะไร และเหมาะกับการตลาดประเภทไหน

Digital Advertising คือ การโฆษณาผ่านช่องทางดิจิทัล เช่น เว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย แอปพลิเคชัน อีเมล เป็นต้น เป็นการโฆษณาที่อาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย รวบรวมข้อมูล และวัดผลประสิทธิภาพ Digital Advertising คืออะไร และเหมาะกับการตลาดประเภทไหน Digital Advertising มีข้อดีหลายประการ ดังนี้ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราสามารถกำหนดเป้าหมายโฆษณาได้ตามความสนใจ พฤติกรรม และข้อมูลส่วนบุคคลของผู้บริโภค ทำให้เราสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการได้อย่างตรงจุด วัดผลได้ Digital Advertising ช่วยให้เราสามารถวัดผลประสิทธิภาพของโฆษณาได้อย่างแม่นยำ

Real Estate Marketing

อยากขาย อสังหาริมทรัพย์ ต้องทำการตลาดแบบไหนดี? อยากขาย อสังหาริมทรัพย์ ต้องทำการตลาดแบบไหนดี? 

ในฐานะตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ คุณต้องมีเนื้อหาเพื่อดึงดูดลูกค้าและขายอสังหาริมทรัพย์ออกในระยะเวลาอันสั้น ด้วยการสร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพ คุณจะโดดเด่นจากคู่แข่งและสร้างความเชี่ยวชาญเฉพาะตัวของคุณได้ ในบทความนี้ เราจะมาพูดถึง 3 วิธีในการสร้างเนื้อหาด้านอสังหาริมทรัพย์กัน เพื่อให้คุณนำไปปรับใช้ได้ทันที  1. ใช้ภาพถ่ายและวิดีโอที่มีคุณภาพ  ภาพถ่ายและวิดีโอ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการขายอสังหาริมทรัพย์ คุณต้องทำให้แน่ใจว่าภาพถ่ายและวิดีโอมีคุณภาพระดับมืออาชีพ ซึ่งหมายถึงการใช้กล้องที่มีคุณภาพและมีการควบคุมมุม และแสงที่ดี สิ่งสำคัญคือต้องเน้นคุณลักษณะที่สำคัญของอสังหาริมทรัพย์สำหรับขาย วิดีโอเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการแสดงรายละเอียดทั้งหมดแก่ผู้มีโอกาสเป็นลูกค้า ทำให้เห็นรายละเอียดทะลุปรุโปร่ง แม้จะยังไม่เข้าไปดูอสังหาฯ ที่แห่งนั้นด้วยตนเอง รูปภาพคุณภาพสูง มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างความประทับใจแรกพบของผู้ชมบนอินเทอร์เน็ต  นำเสนอทัวร์เสมือนจริงหรือวิดีโอเพื่อมอบประสบการณ์ให้ผู้ชมได้เข้ามาชมกัน ช่วยทำให้ผู้ซื้อที่มีศักยภาพสามารถสำรวจอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างสะดวกสบายจากบ้านของตัวเอง ก่อนเห็นของจริง   2. นำเสนอความรู้ที่คุณมี  นอกเหนือจากการโปรโมตอสังหาริมทรัพย์แล้ว ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์