ขั้นตอนการทำการตลาดออนไลน์

ในปัจจุบันโซเชียลเน็ตเวิร์กได้เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างมากกับชีวิตเรา หลายอย่างเรามักจะเรียนร่านโซเชียลกันมากขึ้น วิถีชีวิตของผู้คนก็มักจะเปลี่ยนแปลงไป อย่างเช่นการซื้อของที่ไม่จำเป็นต้องไปที่ห้างเท่านั้น เพราะคุณสามารถหาซื้อได้ง่ายๆ ที่ช่องทางออนไลน์ หลายคนที่ทำธุรกิจออนไลน์ก้มักจะประสบความสำเร็จ นั่นเป็นเพราะเขาทำการตลาดออนไลน์ได้ดี ที่นอกจากจะขายได้ที่ช่องทางออนไลน์แล้วยังสามารถต่อยอดไปทำเป็นหน้าร้านได้อีกด้วย วันนี้จะชวนทุกคนมาดูขึ้นตอนการทำการตลาดออนไลน์ ช่วยให้เราขายได้คล่องขึ้น

1. Market Research

สิ่งแรกที่จะต้องรู้สำหรับการทำการตลาดออนไลน์เลยก็คือการทำความเข้าใจตลาด เข้าใจลูกค้า ข้าใจคู่แข่ง เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการทำการตลาด เราต้องมองหา Winning Zone หรือจุดที่เราจะชนะ จุดที่เราต่างจากคู่แข่งและเป็นจุดที่ลูกค้าต้องการนั่นเอง 

2. ทำความเข้าใจลูกค้าให้ลึกขึ้น

เริ่มต้นจากการแบ่งกลุ่มเป้าหมาย อาจแบ่งจากช่วงอายุ, โลเคชั่น, ไลฟ์สไตล์ และโอกาสในการซื้อ โดยดูจาก Winning Zone ที่เลือกมาแล้วว่าเราจะเข้าถึงกลุ่มไหนได้ดีที่สุด เพื่อจะได้รู้ว่าปัญหาของลูกค้าคืออะไร สิ่งที่เขาต้องการคืออะไร สิ่งที่เขาไม่ต้องการคืออะไร ซึ่งคำว่าไม่ต้องการหลายคนอาจมองข้ามแต่จริงๆ แล้วเป็นสิ่งที่น่าสนใจเพื่อใช้ประกอบการทำการตลาดได้

3. เลือกช่องทางในการโปรโมท

เลือกว่าจะโปรโมทสินค้าที่ไหน โดยดูจาก Customer Journey หรือเส้นทางการเดินทางของลูกค้า โดยเข้าไปดักให้ได้ว่าเราจะเข้าไปเจาะใจเขาได้ที่ตรงไหน จะใช้ Facebook ,Line official account, Instagram, Twitter หรือช่องทางไหน โดยเลือกจากช่องทางที่ลูกค้าอยู่เป็นหลัก

4. คอนเทนต์น่าสนใจ

ควรมีการออกแบบคอนเทนต์ว่าจะใช้ประมาณไหนสำหรับใช้ในช่องทางใด เจาะลูกค้ากลุ่มไหน ปัญหาของลูกค้าคืออะไร แล้วจึงทำคอนเทนต์บนโลกออนไลน์ให้ลูกค้าเข้ามาเสพ ติดตามค้นหาเราเจอและดูข้อมูลประกอบการตัดสินใจได้ผ่านโลกออนไลน์

5. ลงโฆษณา

ในกระบวนการในการลงโฆษณาก็จะมีเรื่องที่ต้องคิดว่า จะลงอย่างไรและต้องวัดผลด้วยวิธีไหน จะเลือกวัตถุประสงค์อะไรในการลงโฆษณา เลือกกลุ่มเป้าหมายแบบไหน มีงบประมาณเท่าไหร่ ระยะเวลาในการโฆษณา

6. วัดผล

หลังจากทำแคมเปญลงโฆษณา ต้องมีการวัดจะวัดผลด้วยวิธีไหน ต้องวัดอะไรบ้าง ใช้เงินไปเท่าไหร่ คุ้มค่าหรือไม่ โฆษณาตัวนี้ต้องวัดผลคนทัก วัดผลจากยอดขาย วัดผลจากคนกดไลค์ วัดผลจากคนเห็น วัดผลคนแชร์ซึ่งแต่ละวัตถุประสงค์จะมีวิธีการวัดผลไม่เหมือนกัน

เป็นอย่างไรกันบ้างกับขั้นตอนวิธีการง่ายๆ ที่จะช่วยทำการตลาดออนไลน์ได้ตรงจุด และสามารถสร้างการรับรู้แบรนด์และส่งผลต่อยอดขายของเราได้ด้วย

Related Post

Real Estate Marketing

อยากขาย อสังหาริมทรัพย์ ต้องทำการตลาดแบบไหนดี? อยากขาย อสังหาริมทรัพย์ ต้องทำการตลาดแบบไหนดี? 

ในฐานะตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ คุณต้องมีเนื้อหาเพื่อดึงดูดลูกค้าและขายอสังหาริมทรัพย์ออกในระยะเวลาอันสั้น ด้วยการสร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพ คุณจะโดดเด่นจากคู่แข่งและสร้างความเชี่ยวชาญเฉพาะตัวของคุณได้ ในบทความนี้ เราจะมาพูดถึง 3 วิธีในการสร้างเนื้อหาด้านอสังหาริมทรัพย์กัน เพื่อให้คุณนำไปปรับใช้ได้ทันที  1. ใช้ภาพถ่ายและวิดีโอที่มีคุณภาพ  ภาพถ่ายและวิดีโอ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการขายอสังหาริมทรัพย์ คุณต้องทำให้แน่ใจว่าภาพถ่ายและวิดีโอมีคุณภาพระดับมืออาชีพ ซึ่งหมายถึงการใช้กล้องที่มีคุณภาพและมีการควบคุมมุม และแสงที่ดี สิ่งสำคัญคือต้องเน้นคุณลักษณะที่สำคัญของอสังหาริมทรัพย์สำหรับขาย วิดีโอเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการแสดงรายละเอียดทั้งหมดแก่ผู้มีโอกาสเป็นลูกค้า ทำให้เห็นรายละเอียดทะลุปรุโปร่ง แม้จะยังไม่เข้าไปดูอสังหาฯ ที่แห่งนั้นด้วยตนเอง รูปภาพคุณภาพสูง มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างความประทับใจแรกพบของผู้ชมบนอินเทอร์เน็ต  นำเสนอทัวร์เสมือนจริงหรือวิดีโอเพื่อมอบประสบการณ์ให้ผู้ชมได้เข้ามาชมกัน ช่วยทำให้ผู้ซื้อที่มีศักยภาพสามารถสำรวจอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างสะดวกสบายจากบ้านของตัวเอง ก่อนเห็นของจริง   2. นำเสนอความรู้ที่คุณมี  นอกเหนือจากการโปรโมตอสังหาริมทรัพย์แล้ว ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์

Business owner

เตรียมความพร้อมก่อนเริ่มเป็นเจ้าของกิจการเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มเป็นเจ้าของกิจการ

เชื่อว่าทุกคนมีความใฝ่ฝันอยากเป็นเจ้าของกิจการกันทั้งนั้น เพราะการเป็นเจ้าของกิจการเราไม่ต้องเป็นลูกจ้างใคร เป็นนายตัวเอง แถมเราสามารถจัดการเวลาได้ด้วยตัวเอง ทำงานได้แบบไม่เบื่อเพราะเราสามารถจัดการตัวเองได้ แต่การเป็นเจ้าของกิจการไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ได้ง่าย เพราะฉะนั้นวันนี้เราเตรียมลิสต์สำหรับความพร้อมก่อนเริ่มเป็นเจ้าของกิจการ 4 ข้อสำคัญที่เราต้องเริ่มก่อนเป็นเจ้าของกิจการ  1. ปรับทัศนคติของตัวเองเสียใหม่ ถ้าคุณเป็นคนที่ทำงานประจำในขณะนี้ แต่ต้องการกลายเป็นเจ้าของธุรกิจ คุณจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติของตัวเองอย่างสิ้นเชิง การเปลี่ยนแปลงนี้อาจเหมือนกับการพลิกหน้าสามารถเรียกได้ว่าเป็นการตื่นขึ้นใหม่อีกครั้ง ในการทำงานประจำคุณอาจมีรูปแบบที่เข้าออกงานตายตัว ความรับผิดชอบต่องานในแต่ละวันอาจจำกัดอยู่ที่ขั้นต้องทำพอเพียงเพื่อให้รองรับวันใหม่ ๆ และเก็บเงินเดือน เป็นสิ่งที่คุณสำคัญ แต่การเป็นเจ้าของธุรกิจคือเรื่องอื่น ๆ ที่ต้องมีเวลาและความมุ่งมั่น ไม่มีเวลาในการทำงานที่ตายตัวและคุณต้องรับผิดชอบทุกด้านของกิจการ ไม่ใช่แค่เรื่องใด ๆ เพื่อให้ธุรกิจของคุณสามารถรอดเอาต์ได้อย่างยั่งยืน นี่คือสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งหากคุณต้องการกลายเป็นเจ้าของธุรกิจ คุณจะต้องเปลี่ยนทัศนคติของตัวเองเพื่อกลายเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับการทำงานและอดทนต่อทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในการทำงาน

Google Trend

วิธีใช้ Google Trend หาข้อมูลในเว็บไซต์วิธีใช้ Google Trend หาข้อมูลในเว็บไซต์

Google Trends เป็นเครื่องมือออนไลน์ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความนิยมและความสนใจของผู้คนในการค้นหาบน Google โดยสร้างกราฟแสดงแนวโน้มของคำค้นหาต่างๆ ในระยะเวลาที่กำหนด เครื่องมือนี้มีประโยชน์ในการวิเคราะห์แนวโน้มการค้นหาของคำหรือข้อความที่เรียกว่า “ความนิยม” ที่มีผลต่อเรื่องราวหลายอย่าง เช่น การตลาด, การเมือง, กิจกรรมทางธุรกิจ, และเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในโลก ซึ่ง Google Trend เราสามารถเพิ่มประสิทธิภาพทางการตลาดได้ ดังนี้  1. ใช้ Google Trend หา Niches Market Google Trends เป็นเครื่องมือที่เหมาะสำหรับนักการตลาด เพื่อค้นหาคำค้นหาหรือคำสำคัญที่เฉพาะกลุ่มเพื่อใช้ในการตลาดแบบเจาะกลุ่ม